smile

EECE621202 สุนทรียะทางดนตรีและการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย Aesthetic Music and Movement for Preschoolers 3(2-2-5) หน่วยกิต

ภาคการศึกษาที่ 1/2563

นักศึกษาชั้นปีที่ 2 [53 คน] ตอนเรียนที่ 1 วันศุกร์ เวลา 8.00-11.20 น. ห้อง 41703*
*ใช้ห้องประชุมไอยเรศ เป็นห้องฝึกปฏิบัติ ประมาณ 12 สัปดาห์

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

220อำพา 228กฤษณา 229กลิ่นสุคนธ์ ส่งบันทึกครั้งที่ 5

       สุนทรียะ หมายถึง ความซาบซึ้งในคุณค่าของความงามทั้งจากธรรมชาติและศิลปะเกี่ยวข้องโดยตรงกับอารมณ์และความรู้สึกสุนทรียะสร้างสุขภาวะซึ่งเป็นสภาวะของการประสานกลมกลืนระหว่างร่างกายและจิตใจงานวิจัยทางการแพทย์ระบบสมองและหัวใจเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสมองหัวใจและร่างกายซึ่งมีหัวใจเป็นศูนย์กลางของการควบคุมจังหวะต่างๆในร่างกายให้สอดคล้องสัมพันธ์กันในวัย ๐-๗ ปีสมองสัตว์เลื้อยคลานซึ่งประกอบด้วยก้านสมองและซีลีเบลลัมบรรลุวุฒิภาวะเป็นส่วนแรกสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมประสาทอัตโนมัติเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจการหายใจและการดำรงชีวิตตามสัญชาตญาณดังนั้นเด็กปฐมวัยจึงเรียนรู้ได้ดีผ่านการเคลื่อนไหวและประสาทสัมผัสการเล่นสำคัญมากสำหรับเด็กปฐมวัยเพราะเป็นเครื่องมือตามธรรมชาติในการเรียนรู้โลกรอบตัวในการเล่นเด็กได้ประมวลอารมณ์ความคิดและการกระทำเข้าด้วยกันเป็นการถ่ายทอดจินตนาการออกมาสู่การกระทำที่เป็นจริงซึ่งสะท้อนจิตสำนึกของเด็กในรูปของสุนทรียะและเป็นการพัฒนาจิตพิสัยทางหนึ่งบทบาทของครูปฐมวัยในการสนับสนุนประสบการณ์ทางสุนทรียะแก่เด็ก ได้แก่
 1.การเป็นแบบอย่างทางสุนทรียะในทุกอิริยาบถ
2.การพัฒนาความงดงามภายในใจ 3.การจัดศิลปะที่หลากหลาย
สุนทรียะกับการทำงานของสมองในช่วง ๒-๓ ทศวรรษที่ผ่านมาวงวิชาการในโลกตะวันตกได้ศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์เรื่องพัฒนาการมนุษย์อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับการทำงานของสมองและหัวใจซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตอย่างเป็นปกติสุขเหตุผลสำคัญของการศึกษาค้นคว้าคือเพื่ออธิบายสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพกายสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในคนทุกชาติทุกวัยอุบัติการณ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเด็กออทิสติกการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นและผู้ใหญ่ได้สร้างกระแสความเคลื่อนไหวอย่างกว้างขวางในการปรับโครงสร้างทางปรัชญาของจิตวิทยาเด็กยุคใหม่ในหมู่นักวิชาการทางการแพทย์จิตวิทยาและการศึกษาผู้นำประเทศสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป Pearce (2002) อธิบายพัฒนาการของมนุษย์ว่ามีพื้นฐานจากการทำงานสัมพันธ์กันทั้งสมองและหัวใจงานวิจัยทางการแพทย์ระบบสมองและหัวใจ (neuro cardiology) พบว่าถึง
        โมเดลพัฒนาการสมองของแมทติเบอร์สในขณะที่ก้านสมองทำงานแบบจิตไร้สำนึกตรอม (Matti Berstrom) แห่งมหาวิทยาลัยและคอร์เทกซ์ทำงานแบบจิตสำนึกลิมปิกชิสเทมเฮลซิงกิ (University of Helsinki) ชี้ให้เห็นว่าที่อยู่ลึกลงไปในสมองทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการคิดหรือปัญญาของเด็กวัย ๓-๖ ปีแตกต่างของอารมณ์และนิวโรฟิสิโอโลจิคาลเชลฟ์จากปัญญาของผู้ใหญ่เนื่องจากพัฒนาขึ้นระหว่าง (neurophysiological self) ซึ่งสามารถตระหนักที่เติบโตภายใต้สภาวะไร้น้ำหนักในน้ำคร่ำในรู้ในตนเองลิมบิกซิสเทมนี้เป็นส่วนที่สามารถครรภ์มารดาดังนั้นโดยธรรมชาติปัญญาของช่วยให้เกิดสมดุลของปัญญาของโลกแห่งวัตถุเด็กวัยนี้ไม่ถูก จำกัด โดยโลกของวัตถุแบบปัญญาภายนอกและปัญญาจากโลกแห่งจิตวิญญาณของผู้ใหญ่ แต่จะมีลักษณะเป็นจินตนาการและภายในได้ถ้าบุคคลนั้นมีศักยภาพและได้รับการความฝันของโลกภายในเพราะเกิดจากการทำงานพัฒนาที่เหมาะสมของก้านสมองที่ส่งกระแสความคิดอย่างไรโมเดลพัฒนาการสมองของแมทติระเบียบและเป็นพลวัตรความคิดสร้างสรรค์เบอร์สตรอมยืนยันว่าการเล่นและกิจกรรมที่ใช้ความรู้สึกสุนทรียะการรู้คุณค่าความรู้สึกเป็นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการเป็นสิ่งที่หนึ่งเดียวกับสิ่งต่างๆเกิดจากปัญญาแบบนี้ถ้าเหมาะกับการพัฒนาปัญญาของเด็กปฐมวัยการพิจารณาให้ดีจะพบว่าปัญญานี้เป็นปัญญาระดับพยายามพัฒนาปัญญาอย่างเป็นระบบในแบบสูงที่เป็นพื้นฐานของจิตที่ปล่อยวางและเบิกบานของผู้ใหญ่ให้แก่เด็กวัยนี้จะสกัดกั้นการพัฒนาส่วนปัญญาของผู้ใหญ่ซึ่งเติบโตบนพื้นโลกมาปัญญาระดับสูงที่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจนานเป็นปัญญาที่ถูกยึดติดกับพลังแรงโน้มถ่วงวัตถุวิสัยอันเป็นหลักสัจธรรมในธรรมชาติและของโลกจนกลายเป็นปัญญาที่รับรู้วัตถุจากโลกอารมณ์อันเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่งเมื่อเด็กภายนอกผ่านคอร์เทกซ์ที่มีการทำงานที่เป็นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ระเบียบ
        Martha การเคลื่อนไหวเป็นภาษาแรกของมนุษย์เป็นการแสดงออกถึงประสบการณ์ที่มีต่อสรรพสิ่งในโลกการเคลื่อนไหวสร้างให้เกิดการเชื่อมต่อของระบบประสาทในสมองยิ่งมีการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ยิ่งทำให้เกิดความแข็งแรงของ“ การเชื่อมต่อของวงจรประสาทระหว่างสมองกับร่างกายมากขึ้นเท่านั้นกล่าวได้ว่าประสบการณ์การเคลื่อนไหวช่วยก่อรูปบุคลิกภาพความรู้สึกและการประสบความสำเร็จของเด็กธรรมชาติหรือพิมพ์เขียวทางพันธุกรรมเป็นเพียงแบบร่างของโครงสร้างทางสมองส่วนโอกาสของการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือการอบรมเลี้ยงดูช่วยทำให้แบบร่างนั้นมีโอกาสถูกสร้างขึ้นมาทั้งนี้การศึกษาเป็นกระบวนการที่ทำให้โครงสร้างทางสมองได้รับการพัฒนาเด็กเล็ก ๆ เรียนรู้การควบคุมทักษะกลไกต่างๆผ่านการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ยิ่งได้เคลื่อนไหวมากเท่าไรยิ่งสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ดีขึ้นเท่านั้นเด็กเรียนรู้การหยิบจับสิ่งของจากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ จากการเคลื่อนไหวเป็นวงกว้างอย่างเปะปะไร้ทิศทางสู่การควบคุมแขนและมือให้เคลื่อนตรงไปยังสิ่งของที่ต้องการได้อย่างแม่นยำการฝึกฝนจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเด็กฝึกฝนการเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆโดยการเล่นการที่เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายในลักษณะต่างๆทำให้รู้จักร่างกายของตนเช่นรู้จักความยาวของช่วงตัวจากการเหยียดขารู้จักความกว้างของช่วงตัว

ศิลปะการเคลื่อนไหวและเต้นรำ "Dance is the hidden language of the soul"
การเคลื่อนไหวเป็นภาษาแรกของมนุษย์ เป็นการแสดงออกถึงประสบการณ์ที่มีต่อ เด็กปฐมวัยควรได้รับประสบการณ์การเคลื่อนไหวในลักษณะที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อ สรรพสิ่งในโลก การเคลื่อนไหวสร้างให้เกิดการ เชื่อมต่อของระบบประสาทในสมอง ยิ่งมีการ เคลื่อนไหวซ้ำๆ ยิ่งทำให้เกิดความแข็งแรงของ "การเชื่อมต่อของวงจรประสาทระหว่างสมองกับ ร่างกายมากขึ้นเท่านั้น กล่าวได้ว่า ประสบการณ์ ความรู้สึก ขยายการเรียนรู้ให้กว้างขึ้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงใน การจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม สำหรับเด็กวัยนี้ ประกอบด้วย
๑. การใช้ร่างกาย (body) เป็นการใช้ทั้ง ร่างกายหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น แขน ขา ไหล่ ศีรษะ ในการเคลื่อนไหว ทั้งที่เป็นการ เคลื่อนไหวแบบแยกส่วน เช่น หมุนแขน หมุน และการประสบความสำเร็จของเด็ก ธรรมชาติ
๒. การใช้พื้นที่ (space) เป็นการเคลื่อนที่ หรือเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วยวิธีการ ที่หลากหลาย เช่น ระดับ (สูง-ต่ำ) ทิศทาง ทางสมองได้รับการพัฒนา ข้างหน้า-ถอยหลัง ตัดขวาง เป็นวงกลม) มิติ เด็กเล็กๆ เรียนรู้การควบคุมทักษะกลไก ต่างๆ ผ่านการเคลื่อนไหวซ้ำๆ
๓. การจัดช่วงเวลา / จังหวะ (time) เป็น การเคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว เคลื่อนไหวเป็นวงกว้างอย่างเปะปะ ไร้ทิศทาง สู่การควบคุมแขนและมือ ให้เคลื่อนตรงไปยัง สิ่งของที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ การฝึกฝนจึง จังหวะ ที่แตกต่างหลากหลาย เช่น เร็ว ข้า
๔. การใช้แรง (effort) เป็นการเคลื่อนไหว โดยใช้พื้นที่และจังหวะได้อย่างกลมกลืน แสดง เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็ก เด็กฝึกฝนการ เคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆ โดยการเล่น การที่
จากการเหยียดแขน ทักษะที่เกี่ยวกับพื้นที่ ทิศทาง และมิติสัมพันธ์ เป็นพื้นฐานสำหรับ ความสามารถในการอ่านและการเขียนซึ่งเป็น พัฒนาการทางสติปัญญาระดับสูงในอนาคต อวัยวะภายในร่างกาย การพูดเป็นเครื่องมือ สื่อสารความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ สะท้อน ศักยภาพทางปัญญาที่แสดงออกทางวาจาและ ท่าทางถึงความรู้สึกที่มนุษย์มีต่อสรรพสิ่งในโลก ซึ่งสามารถพัฒนามนุษย์ในทางสุนทรียภาพได้ ภาษาพูดประกอบด้วยเสียงและความหมายซึ่งมี พลังในตัวเอง สามารถทำให้ผู้รับสารสัมผัสได้ ทั้งพลังในทางสร้างสรรค์หรือทำลาย ทำให้เกิด
 ดนตรี "Music is a matter of the heart." Pahlen "The heart knows reasons which reason itself cannot understand." Blaise Pascal
ดนตรีนำพาเราไปสู่โลกของการเคลื่อนไหว และการเต้นรำ เป็นสื่อกลางในการสื่อสารที่เป็น สากล การเต้นรำเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งซึ่งผสาน ร่างกายและจิตใจในการสื่อสาร เป็นการแสดง ความจงเกลียดจงชังหรือชื่นชอบ รักใคร่ได้ ครู ปฐมวัยจึงควรเลือกใช้ภาษาที่มีความงามในการสื่อสารกับเด็ก เริ่มขึ้นจากจังหวะ เช่น กระทืบเท้า ตบมือ ดี เด็กเกิดความรู้สึกที่ดี ชาบซึ้ง และสัมผัสใจ เช่นเดียวกับการเลือกตนตรีที่ไพเราะที่ช่วยสร้าง ให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกในทางบวกแก่ ใช้เวลานานในการพัฒนาความสามารถในการกลอง เป็นการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กันระหว่าง ช่วงเวลาและพื้นที่ กล่าวได้ว่า จังหวะเป็นลำดับ ของการเคลื่อนไหวในช่วงเวลา และเสียงเกิด จากการสั่นสะเทือน เมื่อมีการเคลื่อนไหวย่อมมี ความถี่ และเมื่อมีความถี่ย่อมมีเสียง ความถี่ที่ แตกต่างกันส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกของ มนุษย์ เสียงความถี่สูงเป็นเสียงที่ทำให้รู้สึก ตื่นตัว ในขณะที่เสียงความถี่ต่ำทำให้รู้สึกผ่อน คลาย ในชีวิตประจำวันมนุษย์มีหลากหลาย อารมณ์ซึ่งสามารถค้นหาเพลงที่ฟังแล้วให้ผลในทางเสริมสร้างหรือลดทอนอารมณ์ความรู้สึก และความต้องการในช่วงเวลานั้นๆ ได้ กล่าวได้ ว่า ทั้งเสียงและจังหวะขององค์ประกอบทาง คนตรีมีพลังในการสื่อสาร จับคู่เสียงกับสิ่งที่มองเห็น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญ ของการอ่านและการเขียนในเวลาต่อมา การให้ ประสบการณ์การทางดนตรีที่หลากหลายแก่เด็กช่วยพัฒนาทักษะในการฟังซึ่งความสามารถใน การแยกแยะความแตกต่างของเสียงนั้นช่วย พัฒนาการได้ยินและการเรียนรู้ภาษา ทำให้เด็ก มีทักษะการอ่านที่ดีขึ้น กล่าวได้ว่า ตนตรี คือครูตามธรรมชาติของเด็กในช่วงปีแรกๆ ของชีวิต ครู 
 เนื้อหาในนิทาน คือ เรื่องราวการพัฒนาของ การเคลื่อนไหวร่างกาย พฤติกรรมทางสังคมและ อารมณ์ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และความ าบซึ้งในสุนทรียภาพ ละคร มนุษย์ทุกคนสามารถก้าวไปสู่คุณภาพที่แท้จริง เป็นการเลียนแบบธรรมชาติของมนุษย์โดยใช้ ภาษาหรือท่าทางผูกเป็นเรื่องราวเพื่อสื่อสาร คุณค่าในด้านบันเทิง พัฒนามนุษย์ในด้าน สะท้อนความเชื่อซึ่งดำรงมาตั้งแต่โบราณกาล สุนทรียะแล้ว ยังเป็นภาพสะท้อนวิถีทางการ ดำเนินชีวิตให้กับมนุษย์ในทางที่ดีงาม ละครที่ เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย คือ ละครสร้างสรรค์ ซึ่งนำองค์ประกอบของละครมาใช้ในห้องเรียน ไม่ต้องการคนดู มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเด็กทั้ง รายบุคคลและการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม มุ่งเน้น กระบวนการและพัฒนาการของผู้ทำกิจกรรมใน กลุ่ม เทคนิคละคร ได้แก่ การเล่นสมมุติ การฝึก จินตนาการ เป็นวิธีการที่ทำให้เด็กได้ทดลอง กันมา เปิดเผยถึงความหมาย สะท้อนถึงความบางด้านของมนุษย์ นิทานให้ความหวังแก่เด็กว่า ของตนได้ ส่วนเทพนิยาย เป็นการฉายภาพของ คล้ายคลึงกันของวัฒนธรรมต่างๆ เป็นนิทานที่ แฝงภูมิปัญญาและความจริงทางจิตใจที่เด็กเห็น ภาพได้ 
คลื่นสมองตื่นตัวสำหรับโลกแห่งความเป็นจริงใน เช่น งานศิลปะ บทเพลง การจัดสิ่งแวดล้อม ความงดงามภายในจิตใจของครู แสดงให้ เห็นได้จากการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กทุกคนและ เห็นคุณค่าของความแตกต่างของเด็กแต่ละคน ท่าทีของครูที่มองหาความแตกต่างและความ งดงามของเด็กแต่ละคน เป็นสิ่งที่เด็กรับรู้ได้จาก คำพูดที่ไพเราะ เด็กๆ ชอบน้ำเสียงที่ให้เกียรติ และไม่ใช้อำนาจ ต. การนำเสนอศิลปะที่หลากหลายเด็กๆ ควรได้พบความแตกต่างหลากหลาย ชีวิตประจำวันอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างมีสุนทรียะ ห้องเรียนสามารถสร้างบรรยากาศ ที่เป็นสุนทรียะได้และสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยบทบาทครูปฐมวัยในการสนับสนุน การสัมผัสที่หลากหลาย ติดภาพงานศิลปะ ประสบการณ์ทางสุนทรียะแก่เด็ก โครงสร้างของห้อง และการเลือกใช้สี จัดให้มี กิจกรรมไปเยี่ยมศิลปินหรือคนที่ทำจงานศิลปะ ปฐมวัย ต่างๆ และจัดกิจกรรมศิลปะนอกสถานที่ชกรีมาเซอร์ (Schirrmacher) (1998) กล่าวถึง บทบาทครูปฐมวัยที่สนับสนุนประสบ การณ์ทางสุนทรียะของเด็กไว้ว่า แนวทางการกำหนดวัตถุประสงค์ในการ จัดประสบการณ์สุนทรียะสำหรับเด็ก ปฐมวัย
๑.ครูเป็นแบบอย่างทางสุนทรียะ ครูสามารถเป็นแบบอย่างของสำนึกทาง ศิลปะการเคลื่อนไหวและเต้นรำ สุนทรียะและความรู้สึกที่ผ่านสัมผัสรับรู้ต่างๆ โดยให้เวลากับการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ตอบสนอง อย่างสุนทรียะ การแต่งกายของครูสะท้อนความชื่นชมสีและความกลมกลืนของสีในการเลือก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ การแต่งกายที่ประณีต จิตพิสัย  
๑. การมีสมาธิจดจ่อ
๒. ความมั่นใจ  
. จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
๔. การชื่นชม

ทักษะพิสัย
1.การเข้าใจและปฏิบัติตามคำสั่ง
2.การแสดงความเป็นตัวของตัวเอง
3.การประสานสัมพันธ์ส่วนต่างๆและควบคุมร่างกาย
4.การใช้พื้นที่และความตระหนักเป็นพิเศษ
5.การเลียนแบบการเคลื่อนไหวในท่าเต้นรำ
6.การจีบแบบแผนการเคลื่อนไหว
7.การลำดับการเคลื่อนไหวง่ายๆ
8.การจดจำและการทำซ้ำ
9.การเคลื่อนไหวท่าพื้นฐานในการเต้นรำ
10.การเคลื่อนไหวในทิศทางต่างๆ
11.การใช้จินตนาการตอบสนอง
12.การแสดงการเคลื่อนไหวเต้นรำ
พุทธิพิสัย
1.การเปล่งเสียงตอบสนองต่อดนตรีอย่างสร้างสรรค์
2.การฝึกฝนฟังดนตรีอย่างมีสมาธิ มีองค์ประกอบได้แก่ จังหวะ ทำนอง เสียงประสาน รูปแบบ สีสัน
3.สร้างสรรค์ดนตรีเพื่อตอบสนองสิ่งเร้าต่างๆ
4.การสื่อสารความคิดทางดนตรีร่วมกับผู้อื่น
5.การฟัง
ทักษะพิสัย
1.การแสดงออกและสร้างสรรค์ประพันธ์เพลง
2.การแสดงร่วมกับผู้อื่นโดยตระหนักถึงผู้ฟัง สถานที่ และโอกาส
3.การสร้างสรรค์ดนตรีเพื่อตอบสนองสิ่งเร้าต่างๆ และสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัว
4.การสื่อสารความคิดทางดนตรีร่วมกับผู้อื่น
5.การฟัง
จิตพิสัย
1.การมีความรู้สึกร่วมและเห็นใจผู้อื่น
2.ความมั่นใจในการใช้อุปกรณ์และพื้นที่รอบตัว
3.การดำเนินชีวิต
4.การสวมบทบาทผู้อื่น
5.กติกาข้อตกลงในการเล่นกับผู้อื่น
6.การมีประสบการณ์กับความรู้สึกต่างๆของบุคคล
7.ความแตกต่างระหว่างการเล่นบทบาทสมมุติกับชีวิตจริง
8.ความแตกต่างของบทบาทต่างๆ
ศิลปะการละคร
การเล่นบทบาทสมมุติ การเล่นตามจินตนาการและการเล่าเรื่อง
ทักษะพิสัย
1.การเจรจาต่อรอง
2.การประนีประนอมในการเล่น
3.การสวมบทบาทโดยใช้อุปกรณ์เป็นสื่อ
4.การฟังและตอบสนองเพื่อต่อเนื่องบทสนทนา
5.การกำหนดขอบเขตของตนเองและสังเกตการเจรจาต่อรอง
6.แบบระดับเสียงและการแสดงออก
7.การแสดง
8.การเล่นบทบาทสมมุติที่มีข้อตกลงและกติกากำกับ
9.การแสดงออกและสำรวจความรู้สึก
10.การเลือกและทำอุปกรณ์ที่เหมาะสม
11.การฟัง จนจำ และเล่าซ้ำเรื่องราวตามลำดับเหตุการณ์
12.การแต่งเรื่อง
13.การแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่น
บทสรุป
สุนทรียะเกี่ยวข้องโดยตรงกับอารมณ์ความรู้สึก สุนทรียะสร้างให้เกิดสุขภาวะ เป็นสภาวะที่มีสุขภาพดี  มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุข สุขภาวะเป็นสภาวะของการเชื่อมโยงระหว่างกายและจิตใจอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน
   จิตสำนึกของเด็กปฐมวัยอยู่ในภาวะกึ่งฝัน ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเป็นส่วนหนึ่งของตัวเด็ก การเรียนรู้ที่สอดรับการรับกับสภาวะของเด็ก คือ การเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสซึ่งเด็กรับทุกสิ่งที่เข้ามากระทบโดยปราศจากการกลั่นกรอง ประสบการณ์ทางสุนทรียะจึงสำคัญสำหรับเด็กปฐมวัย

   ศิลปะด้านต่างๆสำคัญมากในการสร้างสมดุลแก่เด็กปฐมวัย โดยผ่านความงาม จะพบความจริงและเข้าถึงความดี โดยผ่านความงามเด็กจะเกิดความซาบซึ้ง เห็นคุณค่าในสรรพสิ่งและมีจิตใจที่ขยายใหญ่ไม่ยึดติดตัวตน นี่คือสรรพคุณที่ต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นในบุคคล

สมาชิกกลุ่ม ชั้นปีที่2
1. นางสาวอำพา แก้วกลม 62121860220
2.นาสาวกฤษณา มัญจะกาเภท 62121860228
3.นางสาวกลิ่นสุคนธ์  แก้วข้อนอก 62121860229


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น