สิ่งที่ได้รับจากการเรียน วิชา สุนทรียะทางดนตรีและการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย
1.การได้ทบทวนการร้องเพลง การคิดท่าทางประกอบจังหวะ
2.ได้ร่วมออกความคิดเห็นกับเพื่อน ในการคิดและการเลือกเพลง
3.พูดคุยและทบทวนเนื้อหาที่เรียนผ่านมา
5.ได้ความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับเรื่องการร้องเพลงและการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ
6.ได้เคลื่อนใหวร่างกายไปพร้อมๆกับการขับร้อง
7.ได้เรียนรู้เพลงว่าเพลงนั้นเป็นเพลงเกี่ยวกับอะไร
8.ได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทเพลงต่างๆที่สามารถใช้ในการเรียนการสอนกับเด็ก
9.ได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการเต้นประกอบเพลง
10.ใจจดจ่อกันท่าที่เต้นประกอบ มีทักษะในการร้องเพลงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้เรียนรู้และฝึกร้องเพลงใหม่ๆที่ไม่รู้จักเพิ่มมากขึ้นด้วย
9.ได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการเต้นประกอบเพลง
10.ใจจดจ่อกันท่าที่เต้นประกอบ มีทักษะในการร้องเพลงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้เรียนรู้และฝึกร้องเพลงใหม่ๆที่ไม่รู้จักเพิ่มมากขึ้นด้วย
สรุปดนตรีสำหรับเด็กปฐมวัย
ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็ก และเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัย คุณค่าที่สำคัญประการหนึ่งของดนตรี คือ ดนตรีจะให้โอกาสเด็กได้แสดงออกอย่างเปิดเผย การตอบสนองทางร่างกายต่อจังหวะการมีส่วนในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ การเล่นเครื่องดนตรี และการฟังเพลงประสบการณ์ทางดนตรีจะสร้างความรักและความชื่นชมต่อดนตรี ควรมีกิจกรรมและประสบการณ์ดนตรีที่หลากหลาย ซึ่งจะทำให้เด็กปฐมวัยได้สนองความต้องการ และความสนใจของเขา กิจกรรมทางดนตรีสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการสอนด้าน
ความหมายของดนตรีสำหรับเด็กปฐมวัย
จะเห็นได้ว่าเด็กเริ่มตั้งแต่วัยทารก อยู่ในบรรยากาศของเพลงเห่กล่อมของบิดา มารดา และผู้คนที่อยู่โดยรอบตัวธรรมชาติของเด็กเมื่อได้ยินเสียงเพลง ก็จะฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าจะแสดงความรื่นรมย์ สบายอกสบายใจ อาจจะมีการขยับแขนขา ขยับมือ ขยับเท้าโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลงหรือดนตรี สิ่งเหล่านี้เป็นไปตามอัตโนมัติ อย่างแทบจะไม่ต้องสอนกันเลยดนตรีเป็นประสบการณ์สำคัญส่วนหนึ่งของหลักสูตรสำหรับเด็กปฐมวัย เด็กเรียนรู้การฟัง การเคลื่อนไหว การร้องเพลง และการเล่นเครื่องดนตรีง่ายๆ
จุดมุ่งหมายของการสอนดนตรีสำหรับเด็กปฐมวัย
1. ส่งเสริมการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ (Creativity)
2. ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม (Social)
3. ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย (Physical)
4. ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านสติปัญญา (Intellectual)
5. ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ (Emotional)
พัฒนาการทางดนตรีของเด็กปฐมวัย
ในช่วงระยะ 1 ปีแรก เด็กจะเริ่มมีการรับรู้เกี่ยวกับด้านจังหวะและทำนองแล้วจะเห็นได้ว่าถ้าลองเปิดเพลงให้เด็กวัย 5 เดือนฟัง เด็กจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงเพลงที่ได้ยิน เมื่อเด็กอายุประมาณ 1 ปี พัฒนาการด้านการพูดเริ่มก้าวหน้าไปเด็กจะพยายามร้องเพลง โดยเลียนเสียงซึ่งฟังยังไม่เป็นทำนองแต่เป็นสัญลักษณ์ที่บอกได้ว่าเด็กรับรู้และสนองตอบต่อดนตรี
ในช่วงระยะ 2 พัฒนาด้านการพูดของเด็กมีมากขึ้น การเจริญเติบโตของอวัยวะต่างๆทางร่างกายมีมากขึ้นด้วย พัฒนาการทางดนตรีของเด็กวัยนี้ที่เห็นได้ชัดว่าก้าวหน้าขึ้น คือ ความสามารถในการร้องเพลงแม้จะร้องเพลง เพี้ยนเสมอๆ แต่จังหวะและเนื้อร้องมักจะถูกต้อง เด็กวัยนี้มักจะร้องเพลงพร้อมทั้งเล่นไปด้วย การพยายามเคาะจังหวะหรือเล่นเครื่องดนตรี ให้เข้ากับจังหวะของเพลงเป็นสิ่งที่เด็กกระทำเสมอ
ในช่วงระยะ 3 พัฒนาเกี่ยวกับด้านร่างกายมีมากขึ้นเป็นลำดับ การบังคับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ดีขึ้นพัฒนาขึ้น การพูดเป็นเรื่องราวมากขึ้น เด็กเริ่มพัฒนาเกี่ยวกับด้านความเป็นตัวของตัวเอง มีความคิด ช่างซักถาม ในทางดนตรีเด็กสามารถร้องเพลงง่ายๆ ได้อย่างถูกต้อง พัฒนาทางด้านจังหวะดีขึ้นการเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีพัฒนามากขึ้น เริ่มตบมือเข้ากับจังหวะที่ได้ยินมีความสนใจมากขึ้น
ในช่วงระยะ 4 จะมีพัฒนาการทางภาษามากขึ้น รู้จักศัพท์และการแสดงออกทางภาษามากขึ้น กระบวนการคิดลึกซึ้งมากขึ้น ทางด้านร่างกายจะเจริญเติบโตขึ้น การทำงานของระบบต่างๆดีขึ้น มีสมาธิมากขึ้น เริ่มจะเล่นกับเพื่อนๆ ในทางดนตรีช่วงเสียงเริ่มจะกว้างขึ้น ด้านจังหวะพัฒนาดีขึ้น การร้องเพลงดีขึ้นสามารถร้องเพลงยากๆ ได้ เพราะเรียนรู้ศัพท์ต่างๆ มากขึ้น
ในช่วงระยะ 5 เป็นระยะที่เด็กอยู่ในโรงเรียนอนุบาล พัฒนาการทางด้านสังคมจะเริ่มขึ้นอย่างชัดเจน นอกเหนือไปจากพัฒนาการทางด้านร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ ทางดนตรีเด็กจะได้รับการสอนให้ร้องเพลง เคลื่อนไหวร่างกายกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน ซึ่งเด็กจะต้องเรียนรู้ในการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนๆนอกเหนือไปจากการเรียนรู้ทางดนตรีเกี่ยวกับการร้องเพลง การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นต้น
องค์ประกอบของดนตรีสำหรับเด็กปฐมวัย
องค์ประกอบของดนตรี ได้แก่ การเคลื่อนไหว การฟังดนตรี การร้องเพลงและการปูพื้นฐานเครื่องดนตรี องค์ประกอบดังกล่าวจะช่วยให้ครูจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมแก่เด็กได้
1. การปูพื้นฐานทางจังหวะดนตรี
- การเคลื่อนไหว
- ใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นอุปกรณ์ดนตรี เช่น ดีดนิ้ว ตบมือ ฯลฯ
- หัดใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะจังหวะ
2. การปูพื้นฐานทางการร้องเพลง
- ให้เด็กร้องเพลงง่ายๆ เพลงควรมีทำนองที่ร้องง่าย และเนื้องร้องควรจะสั้น
- ให้เด็กหัดเปล่งเสียง ตามเสียงโน๊ตสากล
3. การปูพื้นฐานทางการฟังดนตรี
- ให้เด็กฟังเพลงไทยและเพลงสากล
- ให้เด็กรู้จักเสียงที่แตกต่างกันในระดับเสียงต่างๆ
- ให้เด็กรู้จักเสียงที่แตกต่างกันของเครื่องดนตรี
4. การปูพื้นฐานทางเครื่องดนตรี
- แนะนำให้เด็กรู้จักเครื่องดนตรีต่างๆ
- ให้เด็กหัดใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะจังหวะ
หลักการจัดกิจกรรมดนตรีสำหรับเด็กปฐมวัย
กิจกรรมดนตรีพื้นฐานของเด็กปฐมวัยรวมอาการร้อง การฟังการเล่นเครื่องดนตรี และการเคลื่อนไหวเข้าจังหวะดนตรีมาผสมปนกันนั่นเอง เด็กควรมีความสามารถทำสิ่งต่อไปนี้ ได้ก่อนจะพัฒนาขั้นก้าวหน้า
1. การเคลื่อนไหว (Movement) เด็กเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่เป็นทารก หรือแม้แต่ยังอยู่ในครรภ์มารดา เดือนแรก ๆเด็กจะเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อศีรษะก่อน หลังจากนั้นจึงจะเคลื่อนไหวไหล่ แขน ลำตัว และขา การพัฒนาการเคลื่อนไหวก็เริ่มจากกล้ามเนื้อใหญ่ไปกล้ามเนื้อเล็ก
-เมื่ออายุสองปี การตอบสนองทางด้านจังหวะดนตรีเพิ่มขึ้นตามลำดับ เด็กสองขวบสนุกกับการเต้น โยกตัว เขย่าแขน ผงกศีรษะ กระทืบเท้า และตบมือไปตามเสียงเพลง สามารถเลียนแบบผู้อื่นในการวิ่ง กระโดดเหวี่ยงตัวตามจังหวะ เด็กบางคนสามารถเดินจังหวะมาร์ชได้
- เด็กอายุสามปี สามารถเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีได้ดีขึ้น และสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วหรือช้าได้นิ่มนวลขึ้น รวมทั้งการควบคุมร่างกาย สามารถวิ่งหยุด หมุนได้ แต่ยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเสียงและกล้ามเนื้อ
การปูพื้นฐานการเคลื่อนไหวเบื้องต้น
• ให้เด็กเคลื่อนไหวแบบไม่เคลื่อนที่ (Non-Locomotor Movement) เช่น การโยกต้ว การยืดเหยียดตัว ฯลฯ
• ให้เด็กเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ (Locomotor Movement) เช่น การวิ่ง การกระโดด การควบม้า ฯลฯ
• ให้เด็กรู้จักทิศทางในการเคลื่อนที่ เช่น เคลื่อนที่ไปทางซ้าย ทางขวา ฯลฯ
การปูพื้นฐานการเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์
• ฝึกให้เด็กแสดงความรู้สึกออกมาทางสีหน้าและท่าทาง
• ให้เด็กเลียนแบบ คน สัตว์ สิ่งของ กริยาท่าทางต่างๆ ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ตลอดจนสิ่งของที่อยู่รอบตัว
• ให้เด็ก ได้เล่นสมมติต่างๆ
• ให้เด็กได้เล่นตามเรื่องในชีวิตประจำวันหรือเล่นตามจินตนาการ
• การใช้อุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนไหว เช่น ลูกบอล ห่วงเชือก ฯลฯ
การเคลื่อนไหวตามเสียงดนตรี
• การสอนเด็กเล็ก ควรเริ่มด้วยการให้เด็กเคลื่อนไหวเองมากกว่าการสอน
• ให้เด็กทำท่าเลียนแบบครูหรือสิ่งต่างๆ เช่น เดินเหมือนหมี หรือเป็ด ควรจะเริ่ม
• ด้วยการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของเด็ก เช่น ให้ฟังเสียงเท้ากระทบพื้นเวลาวิ่ง
• แล้วซ้ำจังหวะด้วยการเล่นกลอง หรือเครื่องดนตรี อื่นๆ
2. การฟังดนตรี (Listening)
แรมซี และเบย์เลส (Ramsey & Bayless. 1980 : 144-146) กล่าวว่า ทักษะการฟังขั้นสูง จะสามารถพัฒนาได้ เมื่อมีการเน้นการฟังดนตรี ในการเตรียมกิจกรรมการฟัง ครูควรจัดบรรยากาศซึ่งจะพัฒนานิสัยในการฟังสิ่งของต่างๆเช่น ของเล่นเล็กๆ ที่จะทำให้เด็กไม่สนใจฟังดนตรี ควรนำออกไปจากมือเด็กครูควรจัดเด็กให้นั่งอยู่ในที่ๆ จะรับฟังได้ดี
ขณะที่เด็กฟังดนตรีประเภทต่างๆ ครูอาจจะตั้งคำถาม ดังต่อไปนี้
1. เสียงดนตรีดังหรือค่อย หนักหรือเบา เศร้าโศกหรือสนุกสนาน
2. ดนตรีที่ฟังมีการบรรเลงเร็วหรือช้า
3. เราจะเคลื่อนไหวประกอบเพลงที่ฟังอย่างไร วิ่ง เดิน กระโดด หรือควบม้า
4. บอกชื่อเครื่องดนตรีที่เล่น
5. เพลงที่ฟังนี้เป็นเพลงสำหรับทหารเดิน (เพลงมาร์ช) หรือเพลงกล่อมเด็ก
3. การใช้เครื่องดนตรี
เด็กเล็กจะชอบใช้ร่างกายทำเป็นเครื่องดนตรีเพื่อก่อให้เกิดเสียงต่างๆเช่น การตบมือ การดีดนิ้ว การกระแทก กระทืบเท้าขณะที่ฟังเสียงดนตรีหลังจากการทดลองใช้ร่างกายทำเป็นเครื่องดนตรีแล้ว ครูควรนำสิ่งของที่ทำให้เกิดเสียงได้ แล้วนำเครื่องดนตรีมาให้เด็กทดลอง เด็กควรมีโอกาสได้แยกแยะ และจัดประเภทของสิ่งของตามเสียงที่เขาทำ
การจัดประสบการณ์ทางดนตรีสำหรับเด็กปฐมวัย
การเตรียมประสบการณ์ทางดนตรีให้กับเด็ก ครูควรทราบว่าเด็กมีระดับพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์อยู่ในระดับใด เพื่อให้จัดประสบการณ์ทางดนตรี ให้กับเด็กได้ถูกต้อง ครูควรรู้ว่าเด็กทราบอะไร และรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับดนตรีบ้าง ควรมีการสำรวจแหล่งต่างๆ เกี่ยวกับดนตรี
การสอนดนตรีสำหรับเด็ก
การสอนดนตรีสำหรับเด็กควรคำนึงถึงเป้าหมาย และหลักสูตรที่ใช้ ซึ่งในการจัดหลักสูตรหรือการเตรียมกิจกรรมในการสอนดนตรี จะต้องตอบคำถามต่างๆ ต่อไปนี้
1. ทำไมจึงสอนดนตรีสำหรับเด็ก
2. ใครควรเป็นผู้สอนดนตรีสำหรับเด็ก
3. เมื่อไรจึงจะสอนดนตรีสำหรับเด็ก
4. จะสอนดนตรีอะไรสำหรับเด็ก
5. จะสอนดนตรีอย่างไร
1. ทำไมจึงต้องสอนดนตรีสำหรับเด็ก
เด็กทุกคนได้ยินเสียงดนตรีมาตั้งแต่เกิดดนตรีเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตเด็ก เราสามารถเลือกและจัดประสบการณ์ทางดนตรีให้กับเด็กได้ ดนตรีมีบทบาทในการพัฒนาด้านต่างๆทุกด้าน โดยดนตรีจะมีส่วนในการพัฒนาร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของเด็ก
2. ใครควรจะเป็นผู้สอนดนตรี
เด็กได้รับประสบการณ์ทางดนตรี โดยครู ผู้บริหาร ผู้ดูแลเด็กและพ่อแม่ ฯลฯทุกคนสามารถเรียนรู้ที่จะสอนดนตรีให้กับเด็กได้ ซึ่งเทคนิควิธีการอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เช่น ให้เด็กท่องคำคล้องจองที่มีจังหวะ ให้เด็ก
3. จะเริ่มสอนดนตรีกับเด็กเมื่อไร
การสอนดนตรีสำหรับเด็กทำได้ตลอดเวลา ทุกนาทีในแต่ละวัน และสอนให้กับเด็กได้นับตั้งแต่แรกเกิดหรืออยู่ในครรภ์มารดา
4. จะสอนอะไรให้กับเด็ก
สิ่งที่จะนำมาจัดประสบการณ์ทางดนตรีให้กับเด็ก ได้แก่ การสอนโน๊ตดนตรีการให้เด็กรู้จักกับดนตรีทุกประเภท โดยผสมผสานระหว่างดนตรีที่มีรูปแบบต่างๆ กัน เช่น ดนตรีคลาสิกดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีไทย-ดนตรีสากล โดยควรให้เด็กมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการฟังดนตรี โดยให้สามารถรับฟังดนตรีทุกประเภทรู้จักดนตรีทุกประเพท รวมทั้งรู้จักดนตรีประจำชาติของตน
5. จะสอนดนตรีหรือให้ดนตรีศึกษาแก่เด็กอย่างไร
กิจกรรมที่เด็กจะทำได้ในการสอนดนตรี ได้แก่
1. การเคลื่อนไหว (to move)
2. การปฏิบัติ (to do)
3. การแสดงออก (to act)
4. การพักผ่อน (to relax)
องค์ประกอบของการสอนเพลงสำหรับเด็กปฐมวัย
1. การเคลื่อนพื้นฐาน
การปูพื้นฐานที่ดีจะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความสามารถในด้านจังหวะความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ ตัวอย่าง เช่น
• ปรบมือตามครู ให้เข้ากับจังหวะ
• เดินย่ำเท้าตามจังหวะของเสียงเพลง
• ย่ำเท้าตามจังหวะที่ครูเคาะหรือให้สัญญาณ
• กระโดดตามจังหวะที่ครูให้สัญญาณ
• กระทำเสียนแบบสัตว์ ต่างๆ เช่น เสียงนาฬิกา เสียงหวูดรถไฟ
1.1 การเคลื่อนพื้นฐานเบื้องต้น (Fundamental Movement)
1.2 การเคลื่อนไหวประกอบเพลง
1.3 เพลงที่มีท่าประกอบและการเล่นประกอบเพลง
อ้างอิง:https://m.facebook.com/permalink.php?story_fbid=717008658682386&id=375354659514456 วันที่สืมค้น 6 ก.ค. 63
อ้างอิง:https://m.facebook.com/permalink.php?story_fbid=717008658682386&id=375354659514456 วันที่สืมค้น 6 ก.ค. 63
สมาชิกกลุ่ม ชั้นปีที่2
1. นางสาวอำพา แก้วกลม 62121860220
2.นาสาวกฤษณา มัญจะกาเภท 62121860228
3.นางสาวกลิ่นสุคนธ์ แก้วข้อนอก 62121860229
บันทึกให้มีรายละเอียดมากกว่านี้ และ ควรมีภาพประกอบ (ภาพถ่าย ภาพวาด ผังความคิด ฯลฯ)
ตอบลบปรับ/เพิ่มเติมได้ค่ะ ภาคเรียนนี้ ครูให้ส่งบันทึก 10 ครั้ง ไม่ต้องทำทุกสัปดาห์นะคะ จะได้มีเวลาพูดคุยกันในกลุ่ม และไตร่ตรอง สะท้อนคิด สิ่งที่ได้เรียนรู้ทั้งจากตัวเราเอง และแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ในกลุ่มด้วยค่ะ